มาช่วยกันแก้วิกฤตของการศึกษาไทยกันอีกแรง

เรื่องที่ 94 นี้ มาจากไอเดียของกระทรวงศึกษา เรื่องของการตัดงบห้องสมุด เพราะแจกแท็บเลตแล้ว กลายเป็นประเด็นที่ใครได้ยินได้ฟังมาแล้ว ก็ “ด่า” ว่าใช้อะไรคิด คิดออกมาได้ไง

นั่นซิ!

อย่างไรก็ตาม ประเด็นของผมวันนี้ ไม่ได้จะมาถก เรื่องนโยบายรัฐบาล แต่เรื่องนี้มันจุดประเด็นที่น่าคิดเกี่ยวกับบทบาทของห้องสมุดขึ้นมาทันทีว่า ในขณะที่ใครๆ บ่นด่าเรื่องการศึกษาของบ้านเรากันให้ขรม แต่ห้องสมุดซึ่งเป็นส่วนหนึ่งที่มีส่วนในด้านการศึกษา กลับทำนิ่งเฉย หรือกระดุก กระดิกน้อยมาก ไม่เชื่อลองดูซิว่า ห้องสมุดมีพัฒนาการอะไรบ้างนับตั้งแต่มีอินเตอร็เน็ตเข้ามา

ก่อนจะมีอินเตอร์เน็ต เราจะต้องไปห้องสมุดเพื่อค้นคว้า แต่พอมีอินเตอร์เน็ตและ google ห้องสมุดก็แพ้อย่างไม่เป็นท่า ห้องสมุดคงไม่สามารถจะเป็นคู่แข่งกับอินเตอร์เน็ตได้เลย เพราะอินเตอร์เน็ต ทั้งเยอะกว่า อัพเดตกว่า ง่ายกว่า เร็วกว่า มีสีสรรมากกว่า

แล้วนั่นหมายความว่าจะล้มห้องสมุดหรือ?

ที่ประเทศจีน คนไปยืนรอเข้าห้องสมุดตั้งแต่ตี 5 ห้องสมุดเปิด 7 โมงเช้า พอห้องสมุดเปิด คนกรูกันเข้าไป แถมห้องสมุดยังปิด สามทุ่ม ประเทศเพื่อนบ้านใกล้บ้านเราล่ะ สถานะของห้องสมุดเขาเป็นอย่างไร คุณเดาออกกันไหม ไม่มีที่ไหนเหมือนห้องสมุดบ้านเราหรอก

แม้ว่าจะมี หลายๆ เสียงไม่เห็นด้วยกับไอเดียตัดงบนี้เลย แต่ผมขอบคุณ รมต คนนี้ที่ทำให้ผมได้ประเด็นดีๆ (แต่ตัว รมต คิดได้หรือเปล่า ผมก็ไม่ทราบนะ) ผมเห็นว่า ห้องสมุดน่าจะต้องทบทวนบทบาทของตนเองบ้างแล้ว ไม่ใช่พวกเราออกเสียงปกป้อง แต่ห้องสมุดไม่มีการปรับเปลี่ยนเลย

คำถามสำคัญ คือ ห้องสมุดจะปรับตัวอย่างไร

หากนักเรียนในฐานะผู้มาใช้บริการที่ห้องสมุด ไม่ได้มาค้นคว้าแล้ว เขาจะมาทำอะไรที่นี่กัน หากเปรียบเทียบกับธุรกิจ เราจะเห็นว่า ธุรกิจบริการหลายๆ อย่างเริ่มเปลี่ยน position ตัวเอง จากการเป็นจุดบริการมาเป็น community แล้ว สำหรับห้องสมุด หากคิดว่า ตัวเองเพียงแค่ให้บริการยืมคืนหนังสือเท่านั้นเพียงพอไหม หรือควรจะปรับตัวให้กลายเป็น community เป็น Third place ซึ่งหลายๆ ประเทศก็มีตัวอย่างให้เห็นแล้วว่า ห้องสมุดมีชีิวิตนั้นเป็นอย่างไร

การทำกิจกรรมเพื่อให้คนสนใจอ่านหนังสือมาขึ้น ก็จำเป็นต้องใช้งบ ห้องสมุดก็ควรหันกลับมาดูได้แล้วว่า หนังสือที่เคยซื้อเข้ามานะ ซื้อมาเกินหรือเปล่า ซื้อมามีใครอ่านหรือเปล่า ตัดสินใจซื้อผิดหรือเปล่า ข้อมูลจากระบบห้องสมุดเคยเอามาดูไหม? งบซื้อหนังสือบางอย่างอาจถูกปรับ แต่งบทำกิจกรรมอาจเพิ่ม ถ้ามีอะไรไปเสนอ

หากเทียบกับธุรกิจ คนที่เข้ามาห้องสมุด มายืมหนังสือเป็นประจำ เหมือนเป็นลูกค้าประจำ นี่เป็นคนที่ต้องรักษาเอาไว้ แต่คุณว่ามีห้องสมุดสักกี่แห่งที่รู้ว่าใครยืมหนังสือมากน้อย

ส่วนกลุ่มคนอ่านใหม่ๆ นั้น ควรจะใช้กิจกรรมอย่างหนึ่ง ที่น่าทำในห้องสมุด ซึ่งก็คือ โครงการรักการอ่าน ซึ่งแทนที่จะให้นักเรียนไปหาหนังสือเอง ห้องสมุดมีหนังสือดีๆ ทำไมไม่แนะนำนักเรียน แล้วเราก็เก็บเกี่ยวผลลัพธ์จากโครงการรักการอ่าน กลับมาใช้ประโยชน์ด้วย เช่น

ทุกวันนี้ เวลามีหนังสือน่าสนใจ ห้องสมุดทำอย่างไร ส่วนใหญ่ติดบอร์ดไว้ในห้องสมุด ทั้งๆ ที่กลุ่มเป้าหมายอย่างนักเรียน มี facebook กันเป็นส่วนใหญ่ ทำไมไม่ไปหาเขาใน FB สร้าง fan page ให้เขามากด Like เอาหนังสือใหม่ไปแนะนำ เอาโครงการรักการอ่านไปอัพเดต หรือมีโปรโมชัน ใครมากด like ได้หนังสือฟรี เป็นต้น

  • ลองนึกภาพว่า facebook ของห้องสมุดมี VDO ให้เด็กพูดถึงหนังสือจากห้องสมุดที่ตนเองยืมไปอ่าน
  • ลองนึกภาพ facebook ห้องสมุดที่มีสรุปเนื้อหาหนังสือแต่ละเล่มสะสมไว้ เป็นพันๆ เล่ม (รู้ไหมว่า นักเรียนแต่ละคนต้องทำ รักการอ่าน 40 เรื่อง โรงเรียนหนึ่งมีนักเรียนกี่คน ตัวเลขรวมระดับพันหรือหมื่น ไม่ใช่เรื่องที่เป็นไปไม่ได้)

ผมยกตัวอย่างไอเดียให้ดูเพียงบางส่วน โดยการนำ social media และแนวคิดแบบเว็บ 2.0 มาใช้ เพราะนี่เป็นทางที่ควรจะไป ไม่เพียงเรื่องของห้องสมุด แต่รวมไปถึงเรื่องการศึกษาด้วย

ปล. ลืมบอกไปว่า อย่าไปตัดงบห้องสมุดเล็กๆ เลย แค่นี้ก็ไม่พออยู่แล้ว แต่หาทาง manage resource พวกหนังสือ และสื่อการเรียนให้ดี เพราะผมเคยเห็นโรงเรียนต่างจังหวัดแห่งหนึ่ง ที่ใช้อีเมล์ และเว็บในการขอความช่วยเหลือ ปรากฎว่า น้ำใจคนไทยเหลือจนล้น forward อีเมล์ วนกันหลายรอบ จนโรงเรียนนั้นได้หนังสือมากมายเกินห้องเสียอีก จนต้องแบ่งไปโรงเรียนใกล้เคียง ผมจึงเห็นว่า การมีระบบจัดการความต้องการ และคนที่ต้องการช่วยเหลือให้ได้เจอกันแบบพอดี น่าจะดีกว่า แบบที่ไม่มีการจัดการอย่างในปัจจุบัน (อ้าว รมต มาเอาไอเดียไป)

Comments on: "Tablet แย่งงบห้องสมุด ถึงเวลาห้องสมุดต้องหาทางออก" (1)

  1. เงินงบประมาณต่างๆของโรงเรียน บางเรื่องก็ไหลไปง่ายๆ เรื่องอะไรก็ลองคิดดูครับ ส่วนเมืองไทย เรื่อง ห้องสมุด หอศิลป์ พิพิธภัณฑ์ ลานกีฬา เป็นเรื่อง “เศร้า” มากมายครับ

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s

Tag Cloud

%d bloggers like this: