มาช่วยกันแก้วิกฤตของการศึกษาไทยกันอีกแรง

คณิตศาสตร์เป็นวิชาหนึ่งที่เป็นปัญหากับนักเรียนไทยจำนวนมาก แต่ส่วนใหญ่ ไม่เคยมีใครบอกได้ว่า ปัญหาการเรียนคณิตศาสตร์ของนักเรียนนั้นมีลักษณะเป็นอย่างไร ควรแก้อย่างไร และรู้ได้อย่างไร อาจเป็นเพราะไม่มีใครรู้จริงเรื่องนี้

การที่นักเรียนจะต้องเรียนคณิตศาสตร์ และสะสมความรู้ความชำนาญไปเรื่อยๆ ตั้งแต่เด็กจนโต หากมีปัญหาเกิดขึ้น ก็ควรจะต้องรับรู้ปัญหาได้แต่เนิ่นๆ  ก่อนที่เด็กจะหมดความมั่นใจ และกลัวคณิตศาสตร์ไปเลย

การส่งลูกไปเรียนกวดวิชาอย่างเดียว อาจไม่ใช่คำตอบ เรียนกับครูเก่งก็อาจไม่ใช่คำตอบเช่นกัน เพราะปัญหาในการเรียนคณิตศาสตร์นั้น แต่ละคนอาจมีปัญหาต่างกัน แก้ต่างวิธีกัน การเรียนรวมเป็นหมู่มาก หรือเรียนกับคนเก่ง ก็มีแต่จะทำให้ตามไม่ทัน ท้อและล้าเร็วขึ้น

วันนี้เลยขอถือโอกาสแชร์ความรู้ให้ฟังกันก่อนว่า ในการเรียนคณิตศาสตร์ นักเรียนจะต้องใช้อะไรบ้างจึงจะสามารถเข้าใจ แก้ปัญหาคณิตศาสตร์ได้ ซึ่งเมื่อเราทราบตรงนี้แล้ว เราก็จะพอที่จะสังเกตุได้ว่า นักเรียนมีปัญหาที่จุดใด จากที่เคยพบมา มักมีมากกว่า 1 ปัญหาเสมอ

ต้องบอกก่อนเลยว่า การเรียนคณิตศาสตร์จำเป็นต้องใช้การทำงานของสมองหลายๆ ด้านประกอบกัน เช่น จดจำวิธีการคำนวน สูตร หรือข้อเท็จจริง ทฤษฎีทางคณิต สามารถมองออกว่าปัญหาแบบนี้มีรูปแบบปัญหาแบบใด การตีความจากประโยคภาษาัทั่วไป ให้เป็นโจทย์ทางคณิตศาสตร์ การจับหลักให้ถูกกับโจทย์ การแก้ปัญหาที่มีความสลับซับซ้อน เป็นต้น

ปัญหาเกี่ยวกับการจดจำ

เรื่องของความจำในที่นี้ หมายความรวมตั้งแต่ การจำหลักการ ขั้นตอนการคำนวน การจำสูตร จำนิยาม และสามารถเรียกความจำกลับมาได้ถูกต้อง อันนี้ทดสอบไม่ยาก เช่น ให้ลองคำนวนโจทย์ตัวเลขตรงๆ ถามถึงสูตร นิยาม ดูว่าจำได้แม่นยำ และครบถ้วนหรือไม่ แล้วเช็คต่อว่า มีความเข้าใจในหลักการ ขั้นตอน สูตร นิยามหรือไม่ ไม่ใช่ท่องแบบนกแก้ว นกขุนทอง หรือจำขั้นตอนแต่ไม่เข้าใจว่าขั้นตอนเหล่านั้นทำเพื่ออะไร

ปัญหาเกี่ยวกับการจำอีกลักษณะหนึ่งที่ต่างออกมา คือ การจำได้ว่า ตัวเองกำลังทำอะไรอยู่ เช่น ในกรณีปัญหามีขั้นตอนที่ซับซ้อนหลายขั้น ต้องทำขั้นตอนนี้แ้ล้วเก็บผลลัพธ์ไว้ก่อน แล้วค่อยทำอีกขั้นตอน แล้วค่อยนำผลลัพธ์ทั้งสองมาทำขั้นตอนที่สาม เป็นต้น นักเรียนบางคนจะมีอาการหลงลืม แล้วไงต่อ หรือเอ๊ะ เมื่อกี้ทำแล้วได้อะไีร ตรงนี้ไม่ใช่เพียงการมีสติ สมาธิ หากนักเรียนมีปัญหาก็ต้องหาทางให้เขาไม่ลืมสิ่งที่กำลังทำ เช่น การทำแผนผังให้เห็นขั้นตอนรวม พยายามให้นักเรียนเขียนการคำนวนหรือผลลัพธ์ของแต่ละส่วนไว้ให้เป็นระเบียบ เพื่อเป็นการจัดระเบียบความคิด เป็นต้น

อีกประเภทของการจดจำ ไม่ซิ น่าจะเรียกว่า การรู้จำหรือการจดจำเพื่อแยกแยะได้ หรือที่ภาษาอังกฤษใช้คำว่า recognition มากกว่า

มันเหมือนการจำหน้าคน ซึ่งถ้าถามว่าทำไมจำหน้าคนนี้ คนนั้นได้ มันน่าแปลกที่เราไม่ได้จำแต่ละส่วนของใบหน้า แต่เรารู้จักรูปแบบของใบหน้าและส่วนประกอบต่างๆ บนหน้าทั้งหมดมากกว่าจะจำรายละเอียดแต่ละส่วน ลักษณะนี้ก็เช่นกัน การแยกแยะรูปแบบปัญหาคณิตศาสตร์ ที่นักเรียนจะต้องรู้จักแยกแยะได้ว่า ลักษณะโจทย์แบบนี้ มันคล้ายๆ กับโจทย์หรือความรู้เดิมที่เคยเรียนมาอันไหน หากเป็นเด็กเล็ก pattern หรือรูปแบบจะง่ายๆ ไม่ซับซ้อน แต่พอโตมากขึ้น เช่น มัธยม รูปแบบจะเริ่มซับซ้อน นักเรียนต้องเรียนรู้การตรวจจับจุดสำคัญใน pattern และปรับ pattern เพื่อให้อยู่ในรูปแบบ pattern มาตรฐาน เช่น โจทย์เป็นสมการ นักเรียนก็จะต้องจับสังเกตจากจุดสำคัญ เช่น เป็นสมการกำลังสอง จากนั้นแปลงให้อยู่ในรูปสมการกำลังสองมาตรฐาน เป็นต้น หรือการหมุนรูปทรง การหาแผ่นคลี่ การต้องอาศัยการจับจุดสังเกตุ การแปลงรูปแบบในอีกลักษณะหนึ่ง

ความจำและความชำนาญในแยกแยะเป็นสิ่งที่ต้องฝึกฝน สำหรับนักเรียนที่มีปัญหามาก อาจต้องใช้การฝึกฝนมากกว่าเด็กทั่วไป ถึง 7-10 เท่า ดังนั้นพูดได้เลยว่า หากนักเรียนมีปัญหาแบบนี้ จับไปนั่งเรียนกับนักเรียนอื่น ไม่มีทางที่ครูจะให้มาทบทวน 10 รอบอย่างแน่นอน และยังต้องอาศัยเทคนิคในการช่วยจำและเรียกความจำกลับขึ้นมาประกอบด้วย

สำหรับโพสต์นี้ คงต้องพอแค่นี้ก่อน แล้วจะมาต่อตอน 2 กันอีกทีนะครับ

Comments on: "ลูกของคุณมีปัญหาในการเรียนคณิตศาสตร์หรือเปล่า? (ตอน 1)" (1)

  1. […] จากตอนที่แล้ว ผมพูดถึงปัญหาในการเรียนคณิตที่เกิดจากความจำไปแ้ล้ว ลองมาดูปัญหาในลักษณะอื่นกันต่อ […]

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s

Tag Cloud

%d bloggers like this: